อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ครบ 12 ปี อ.อ.ป. ร่วมยินดีพร้อมบริจาคสื่อธรรมะ
อ.อ.ป. ร่วมแสดงความยินดีอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 ครบรอบ 12 ปี พร้อมบริจาคเงินสมทบกองทุนสื่อสานธรรม มูลนิธิท่านแม่ครูนราวรรณ กุลธรชุติภาส เพื่อสนับสนุนการผลิตและเผยแพร่สื่อธรรมะสู่สังคมไทย
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ส่งตัวแทนระดับบริหารร่วม祝ฉลองวันครบรอบ 12 ปี สถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 พร้อมบริจาคเงินสมทบกองทุนสื่อสานธรรม มูลนิธิท่านแม่ครูนราวรรณ กุลธรชุติภาส ณ อาคารสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
12 ปีบนหน้าจอ: จากช่องเล็ก ๆ สู่สถานีในชีวิตประจำวันของคนไทย
หากนึกถึงช่วงเช้าวันหยุดที่คุณเปิดทีวีดูรายการสุขภาพ ทำอาหาร หรือสาระบันเทิงเบา ๆ ระหว่างจิบกาแฟ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 คือหนึ่งในสถานีที่คนจำนวนมากคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา สถานีแห่งนี้เติบโตพร้อมกับผู้ชมที่ผูกพันกับคอนเทนต์หลากรส ทั้งข่าว ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และความบันเทิง
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 จึงไม่ใช่แค่วันธรรมดา แต่เป็นการฉลองก้าวย่างสำคัญของสื่อกระแสหลักที่ยังคงยืนหยัดท่ามกลางยุคที่คอนเทนต์ออนไลน์ท่วมตลาด และองค์กรพันธมิตรอย่าง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ก็ไม่พลาดโอกาสนี้
อ.อ.ป. ส่ง "ชาญณรงค์ อินทนนท์" ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ
นายชาญณรงค์ อินทนนท์ รองผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สายธุรกิจ 2 เดินทางเข้าพบ นายศิริ บุญพิทักษ์เกศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 12 ปี สถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 อย่างเป็นทางการ ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
การมาร่วมงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างภาครัฐและสื่อมวลชนเอกชน โดยเฉพาะในบริบทที่ทั้งสองฝ่ายต่างทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ในแนวทางของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน หรือการผลิตคอนเทนต์คุณภาพที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม
ไม่ใช่แค่ดอกไม้แสดงความยินดี — แต่บริจาคเพื่อ "สื่อธรรมะ"
สิ่งที่ทำให้การมาร่วมงานในวันนี้โดดเด่นกว่าพิธีการทั่วไป คือ อ.อ.ป. ได้ ร่วมบริจาคเงินเพื่อสมทบกองทุนสื่อสานธรรม ให้กับ มูลนิธิท่านแม่ครูนราวรรณ กุลธรชุติภาส สำนักวิปัสนาพัฒนาทางจิต จังหวัดตรัง ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการผลิตและเผยแพร่สื่อธรรมะให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง
"สื่อธรรมะที่ดีไม่ต่างจากสื่อไลฟ์สไตล์ที่ดี — มันเข้าไปนั่งในใจคน ปรับมุมมอง และเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างเงียบ ๆ"
กองทุนสื่อสานธรรมที่ได้รับเงินบริจาคในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อ:
- ผลิตสื่อธรรมะในรูปแบบต่าง ๆ ให้เผยแพร่ทางโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์
- สนับสนุนกิจกรรมของสำนักวิปัสนาพัฒนาทางจิต จังหวัดตรัง
- ขยายการเข้าถึงธรรมะไปยังกลุ่มคนที่ยังไม่มีโอกาสสัมผัสในชีวิตประจำวัน
เมื่อองค์กรรัฐพบกับสื่อบันเทิง — ความสัมพันธ์ที่คนดูได้ประโยชน์
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้มีความเกี่ยวข้องกับวงการสื่อโทรทัศน์อย่างไร? คำตอบอยู่ที่ "พันธกิจร่วม" ที่หลายองค์กรไทยกำลังขยับตัวไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือการสื่อสารกับสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ
อมรินทร์ทีวีในฐานะสื่อกระแสหลักที่มีฐานผู้ชมกว้างขวาง เป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังในการส่งต่อข้อมูล ค่านิยม และไลฟ์สไตล์ที่ดีสู่บ้านของคนไทยทุกคืน ขณะที่ อ.อ.ป. ในฐานะองค์กรของรัฐก็มีหน้าที่บริหารทรัพยากรธรรมชาติและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม การร่วมบริจาคสื่อธรรมะในงานครบรอบ 12 ปีนี้จึงเป็นมากกว่าพิธีทางการ — มันเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมมือเพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภคและสังคมในภาพรวม
12 ปีในมุมมองผู้บริโภค: อมรินทร์ทีวีอยู่ในชีวิตเราอย่างไร?
สำหรับผู้ชมทั่วไป อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบนรีโมท แต่เป็นส่วนหนึ่งของ routine ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นรายการสุขภาพยามเช้า รายการทำอาหารตอนบ่าย ข่าวสารตอนเย็น หรือสารคดีสังคมในช่วงค่ำ เนื้อหาที่หลากหลายของสถานีนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนหลายกลุ่ม ตั้งแต่คุณแม่บ้าน นักธุรกิจ ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการข้อมูลดูแลสุขภาพ
การที่สถานีโทรทัศน์อายุ 12 ปียังคงมีพลังและได้รับการยอมรับจากองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าคอนเทนต์คุณภาพยังคงมีที่ยืนในยุคที่ทุกคนแข่งกัน scroll ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน
สรุป: วันครบรอบที่มีความหมายมากกว่าการฉลอง
งานครบรอบ 12 ปีอมรินทร์ทีวีในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ไม่ได้เป็นแค่การตัดเค้กและถ่ายรูปหมู่ แต่คือการยืนยันว่าสื่อที่ดีมีพลังสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้ในหลายมิติ ทั้งผ่านคอนเทนต์บนหน้าจอ และผ่านการเชื่อมต่อกับองค์กรที่มีหัวใจเดียวกัน
การร่วมบริจาคของ อ.อ.ป. เพื่อสนับสนุนสื่อธรรมะ คือตัวอย่างเล็ก ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อองค์กรต่าง ๆ ในสังคมจับมือกัน คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือ "ผู้บริโภค" ที่นั่งอยู่หน้าจอทุกบ้าน