มิตรแท้ประกันภัย ร่วมวางพวงมาลาวันปิยมหาราช มอบทุนลูกทหารเรือป้อมพระจุล
มิตรแท้ประกันภัยร่วมพิธีวางพวงมาลาวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2568 ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า พร้อมมอบเงินสนับสนุนมูลนิธิฯ และทุนการศึกษาให้บุตรธิดาข้าราชการทหารเรือ ตอกย้ำจุดยืนองค์กรที่ลงทุนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 มิตรแท้ประกันภัยส่งผู้บริหารระดับสูงร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะรัชกาลที่ 5 ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า พร้อมมอบเงินสนับสนุนมูลนิธิฯ และทุนการศึกษาให้บุตรธิดาข้าราชการทหารเรือ สะท้อนจิตสำนึกองค์กรที่ไม่หยุดอยู่แค่การขายประกัน
น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ: ภาพที่มากกว่าพิธีการ
ถ้าพูดถึง "วันปิยมหาราช" หลายคนนึกถึงวันหยุดราชการและดอกไม้จันทน์หน้าอาคารรัฐบาล แต่สำหรับผู้ที่เดินทางไปยัง ป้อมพระจุลจอมเกล้า ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ในเช้าวันที่ 23 ตุลาคม 2568 บรรยากาศนั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง — เป็นพื้นที่ที่ความจงรักภักดีและความรับผิดชอบต่อสังคมมาบรรจบกัน
หนึ่งในผู้ที่ปรากฏตัว ณ จุดนั้นคือ คุณสรภ์ศักย์ ภิธเจริญสายทอง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายขยายงาน บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้แทนองค์กร เพื่อร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
สถานที่ที่มีความหมาย: ป้อมพระจุลจอมเกล้า
หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ "ป้อมพระจุลจอมเกล้า" มากนัก แต่สถานที่แห่งนี้คือป้อมปราการทางทะเลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าร้อยปี ตั้งอยู่ปากอ่าวไทย ใช้ป้องกันพระนครจากการรุกรานทางน้ำมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้การจัดพิธีวางพวงมาลา ณ แห่งนี้มีน้ำหนักเชิงสัญลักษณ์อย่างยิ่ง — เพราะเป็นดินแดนที่เชื่อมโยงโดยตรงกับพระราชกรณียกิจของพระองค์
"การมาร่วมพิธีที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามธรรมเนียม แต่คือการย้อนกลับไปสัมผัสประวัติศาสตร์ในพื้นที่จริงที่พระองค์ทรงสร้างไว้"
ตระกูลจันทร์ศรีชวาลา: สายสัมพันธ์กับมูลนิธิฯ
ในพิธีครั้งนี้ยังมี คุณกูรดิษถ์ จันทร์ศรีชวาลา ผู้แทนตระกูลจันทร์ศรีชวาลา และกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ร่วมวางพวงมาลาในนามของตระกูลด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างภาคเอกชนกับภาคประชาสังคมที่ดูแลรักษามรดกทางประวัติศาสตร์ชาติไทย
มูลนิธิพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่สืบสานและดูแลกิจกรรมเกี่ยวกับการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งการมีภาคธุรกิจอย่างมิตรแท้ประกันภัยเข้ามาสนับสนุน ถือเป็นการเติมเต็มทรัพยากรให้กับการดำเนินงานในระยะยาว
มากกว่าพวงมาลา: เงินสนับสนุนและทุนการศึกษา
สิ่งที่ทำให้การมีส่วนร่วมของมิตรแท้ประกันภัยในครั้งนี้โดดเด่นกว่าการเข้าร่วมพิธีทั่วไป คือการลงมือทำในเชิงรูปธรรม ได้แก่
- มอบเงินสนับสนุนกิจกรรม ของมูลนิธิพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 เพื่อให้การดำเนินงานของมูลนิธิมีความต่อเนื่องและยั่งยืน
- มอบทุนการศึกษา ให้แก่บุตรธิดาของข้าราชการทหารเรือ ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า — กลุ่มคนที่อาจไม่ได้อยู่ในสปอตไลต์ของสังคม แต่ทำหน้าที่รักษาพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้อยู่ทุกวัน
ทุนการศึกษาสำหรับลูกหลานทหารเรือเป็นมิติที่สะท้อนให้เห็นว่า CSR ขององค์กรนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่ภาพถ่ายในพิธี แต่ไหลลงไปถึงชีวิตจริงของครอบครัวผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล
ไลฟ์สไตล์องค์กรที่เลือกจะ "จำ" ไม่ใช่แค่ "รู้"
ในยุคที่แบรนด์ต่าง ๆ แข่งกันโพสต์ภาพดอกไม้และข้อความสวยงามในวันสำคัญของชาติ การที่มิตรแท้ประกันภัยส่งผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการอาวุโสลงพื้นที่จริง และประกบด้วยการมอบเงินสนับสนุนรูปธรรม ถือเป็น "ไลฟ์สไตล์องค์กร" แบบหนึ่งที่น่าสังเกต
สำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ brand values และ purpose-driven business พฤติกรรมเหล่านี้คือสัญญาณที่บอกว่าองค์กรมองตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ไม่ใช่แค่ผู้ขายผลิตภัณฑ์
เมื่อประกันภัยไม่ได้แค่ "คุ้มครองความเสี่ยง" แต่ "ลงทุนในชุมชน"
มิตรแท้ประกันภัยในฐานะบริษัทมหาชนไทย มีรากฐานที่เชื่อมโยงกับค่านิยมไทยมาโดยตลอด การเลือกเข้าร่วมกิจกรรมในวันปิยมหาราช ณ สถานที่ที่มีความหมายเชิงประวัติศาสตร์ระดับชาติ จึงไม่ใช่แค่กิจกรรม PR — แต่เป็นการตอกย้ำ DNA ขององค์กรที่เลือกจะอยู่คู่สังคมไทยอย่างมีเจตนา
และสำหรับครอบครัวของข้าราชการทหารเรือที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ ช่วงเวลาวันปิยมหาราชปี 2568 คงเป็นมากกว่าแค่วันหยุดสาธารณะ — มันคือวันที่มีคนมาบอกว่า "เราเห็นคุณ และเราอยู่ตรงนี้"
สรุป: เมื่อพิธีกรรมกลายเป็นการกระทำ
วันปิยมหาราชปีนี้ มิตรแท้ประกันภัยเลือกที่จะไม่หยุดอยู่แค่การ "ระลึกถึง" แต่ก้าวต่อไปสู่การ "ลงมือทำ" ผ่านสามมิติพร้อมกัน ได้แก่ การส่งผู้บริหารร่วมพิธีอย่างเป็นทางการ การสนับสนุนทางการเงินให้มูลนิธิฯ และการมอบทุนการศึกษาให้กับคนที่ทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง
ในโลกที่คำว่า "รับผิดชอบต่อสังคม" ถูกใช้จนเฝือ การได้เห็นองค์กรที่ลงรายละเอียดในแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ควรบันทึกไว้