10 มิถุนายน 2569
อีเว้นท์

รู้จัก "คาร์บอนฟุตปริ้นท์" ก่อนใครกับการอบรมของ CAK International

บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดอบรมพนักงานเรื่องคาร์บอนฟุตปริ้นท์ภายในออฟฟิศ บอกอะไรเราได้บ้างเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ที่ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม

ภาพประกอบบทความ — อีเว้นท์

บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดอบรมให้ความรู้เรื่อง คาร์บอนฟุตปริ้นท์ แก่พนักงานภายในองค์กร ณ ห้องประชุม 1 ของบริษัท — เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าโลกธุรกิจกำลังหันหน้าเข้าหาความยั่งยืนอย่างจริงจัง และคนทำงานทุกคนกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนั้น

เมื่อออฟฟิศกลายเป็นห้องเรียนเรื่องโลก

ไม่ต้องรอให้รัฐบาลหรือองค์กรระดับโลกออกกฎมาบังคับ เพราะหลายบริษัทในไทยเริ่มลงมือสร้าง "ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม" ให้กับพนักงานของตัวเองแล้ว หนึ่งในนั้นคือ บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่จัดการอบรมหัวข้อ คาร์บอนฟุตปริ้นท์ ขึ้นภายในองค์กร โดยใช้พื้นที่ห้องประชุม 1 ของบริษัทเป็นสถานที่เรียนรู้ร่วมกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ การอบรมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบสัมมนาหรู หรือนำพนักงานออกไป Workshop นอกสถานที่ แต่เป็นการหยิบเอาพื้นที่ทำงานประจำวันมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับไลฟ์สไตล์องค์กร — มันคือสัญญาณที่บอกว่า ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่ "เทรนด์" อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงาน

คาร์บอนฟุตปริ้นท์คืออะไร และทำไมมันถึงเกี่ยวกับชีวิตเราโดยตรง?

สำหรับใครที่ยังสงสัย คาร์บอนฟุตปริ้นท์ (Carbon Footprint) คือการวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกมา ไม่ว่าจะจากกิจกรรมของบุคคล องค์กร หรือผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง คิดเทียบเป็นหน่วยเดียวกันที่เรียกว่า คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e)

ฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วมันอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็น:

  • การขับรถหรือนั่งรถไปทำงานทุกเช้า
  • การเปิดแอร์ในห้องประชุมตลอดวัน
  • การกินอาหารกลางวัน โดยเฉพาะเมนูที่มาจากเนื้อสัตว์
  • การใช้กระดาษ ถุงพลาสติก หรืออุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ
  • การเดินทางเพื่อธุรกิจ (Business Travel)

ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนสะสม "รอยเท้าคาร์บอน" ของเราและองค์กรที่เราสังกัดอยู่ทั้งนั้น

ทำไมบริษัทถึงต้องสนใจเรื่องนี้?

การที่ ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล เลือกลงทุนกับการอบรมเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อภาพลักษณ์องค์กร แต่มีเหตุผลเชิงธุรกิจและไลฟ์สไตล์องค์กรที่ลึกกว่านั้น:

1. ตอบรับกระแสผู้บริโภคยุคใหม่

ผู้บริโภครุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ให้ความสำคัญกับ "ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม" ของแบรนด์มากขึ้นเรื่อย ๆ การที่องค์กรมีข้อมูลคาร์บอนฟุตปริ้นท์และสื่อสารออกไปได้อย่างโปร่งใส ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

2. เตรียมพร้อมรับกฎระเบียบที่กำลังมา

ทั้งในระดับสากลและในประเทศไทย กฎเกณฑ์เรื่องการเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนและการซื้อขายคาร์บอนเครดิตกำลังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมไว้ก่อนจะทำให้องค์กรได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน

3. ลดต้นทุนในระยะยาว

เมื่อพนักงานเข้าใจว่าพฤติกรรมไหนปล่อยคาร์บอนมาก พวกเขาก็จะเริ่มปรับการใช้พลังงาน ลดของเสีย และเลือกวิธีทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น — ซึ่งท้ายที่สุดแล้วช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริง

จากห้องประชุมสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตจริง

สิ่งที่การอบรมแบบนี้ทำได้ดีที่สุดคือการ "แปลงภาษาวิทยาศาสตร์ให้เป็นภาษาชีวิต" พนักงานที่เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ว่า ตัวเลขคาร์บอนที่ดูเป็นนามธรรมนั้น แปลออกมาเป็นพฤติกรรมประจำวันที่พวกเขาทำได้อย่างไร

"การเข้าใจ Carbon Footprint ไม่ใช่แค่เรื่องของนักวิทยาศาสตร์หรือผู้บริหารระดับสูง แต่มันคือสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องรู้เพื่อปรับไลฟ์สไตล์ทั้งในและนอกออฟฟิศ"

พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่พนักงานสามารถเริ่มต้นได้หลังการอบรม เช่น:

  • เลือก Carpooling หรือขนส่งสาธารณะ แทนการขับรถคนเดียวมาทำงาน
  • ลดการพิมพ์เอกสาร และเปลี่ยนมาใช้ไฟล์ดิจิทัลแทน
  • ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อไม่ได้ใช้งาน แม้จะเป็นช่วงพักกลางวัน
  • เลือกเมนูอาหารกลางวัน ที่มีรอยเท้าคาร์บอนต่ำกว่า เช่น อาหารจากพืชผักมากขึ้น
  • ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ครั้งเดียวทิ้ง ในชีวิตประจำวันทั้งในและนอกที่ทำงาน

ไลฟ์สไตล์ Sustainable ไม่ได้เริ่มที่บ้าน แต่เริ่มที่ออฟฟิศ

หลายคนคิดว่าการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของการเลือกซื้อสินค้า การแยกขยะที่บ้าน หรือการลดใช้ถุงพลาสติก แต่ในความเป็นจริง คนทำงานออฟฟิศใช้เวลาในที่ทำงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของวัน การปรับพฤติกรรมในที่ทำงานจึงมีผลกระทบต่อรอยเท้าคาร์บอนส่วนบุคคลไม่น้อยกว่าที่บ้านเลย

การที่ ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล เลือกจัดอบรมเรื่องนี้ภายในบริษัท จึงไม่ใช่แค่กิจกรรม CSR ที่ทำแล้วก็จบ แต่เป็นการปลูกฝัง "ทักษะการใช้ชีวิต" ให้กับพนักงาน ซึ่งจะนำติดตัวออกไปใช้ทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้ต่อเนื่อง

มุมมอง Lifestyle Plus: ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ?

ถ้าคุณกำลังทำงานในองค์กรที่ยังไม่เคยพูดถึงเรื่อง Carbon Footprint เลย อาจถึงเวลาที่คุณจะเป็นคนเริ่มต้น หรือถ้าคุณเป็นผู้บริหาร HR หรือฝ่ายพัฒนาองค์กร การอบรมเรื่องนี้คือ "Quick Win" ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้ทั้งต่อพนักงานและภาพลักษณ์บริษัทในเวลาเดียวกัน

เพราะในยุคที่ผู้บริโภคและพนักงานรุ่นใหม่ต่างมองหาองค์กรที่ "ใส่ใจมากกว่าแค่กำไร" การลงทุนกับความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมคือการลงทุนกับอนาคตขององค์กรนั่นเอง

คำถามที่พบบ่อย

คาร์บอนฟุตปริ้นท์คืออะไร และเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างไร?
คาร์บอนฟุตปริ้นท์ (Carbon Footprint) คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมของบุคคลหรือองค์กร วัดในหน่วย CO₂e โดยกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทาง การใช้ไฟฟ้า และการบริโภคอาหาร ล้วนมีส่วนสะสมรอยเท้าคาร์บอนทั้งสิ้น
พนักงานออฟฟิศสามารถลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ได้อย่างไรบ้าง?
พนักงานสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ เช่น เลือกใช้ขนส่งสาธารณะหรือ Carpooling ลดการพิมพ์เอกสาร ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน เลือกอาหารที่มีคาร์บอนต่ำ และลดการใช้บรรจุภัณฑ์ครั้งเดียวทิ้ง
ทำไมบริษัทจึงควรจัดอบรมเรื่องคาร์บอนฟุตปริ้นท์?
การอบรมเรื่องนี้ช่วยให้พนักงานเข้าใจผลกระทบของพฤติกรรมต่อสิ่งแวดล้อม สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน ช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในสายตาผู้บริโภครุ่นใหม่
คาร์บอนฟุตปริ้นท์ขององค์กรกับของบุคคลต่างกันอย่างไร?
คาร์บอนฟุตปริ้นท์องค์กรครอบคลุมการปล่อยก๊าซจากกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมด รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ของบุคคลโฟกัสที่พฤติกรรมส่วนตัว เช่น การเดินทาง การบริโภค และการใช้พลังงานในครัวเรือน แต่ทั้งสองส่วนเชื่อมโยงกันเสมอ
การอบรมคาร์บอนฟุตปริ้นท์แตกต่างจาก CSR ทั่วไปอย่างไร?
CSR ทั่วไปมักเป็นกิจกรรมครั้งคราว เช่น การปลูกต้นไม้หรือทำความสะอาดชายหาด แต่การอบรมคาร์บอนฟุตปริ้นท์เป็นการสร้างความรู้และทักษะให้พนักงานนำไปปรับพฤติกรรมได้ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน ทั้งในและนอกองค์กร
#อีเว้นท์
แชร์บทความนี้
L
LifestylePlus
กองบรรณาธิการ LifestylePlus — คัดสรรเรื่องราวการใช้ชีวิตดี ๆ และของน่าใช้มาฝากคุณในทุกสัปดาห์
รู้จัก "คาร์บอนฟุตปริ้นท์" ก่อนใครกับการอบรมของ CAK International | LifestylePlus