ส.ป.ก. บุรีรัมย์ส่งมอบ 72 ชุดของใช้จำเป็น ช่วยเกษตรกร-ผู้สูงอายุหนีภัยชายแดน
ส.ป.ก. บุรีรัมย์ร่วมกับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ส่งมอบสิ่งของจำเป็น 72 ชุด แก่เกษตรกรและผู้สูงอายุในเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอบ้านกรวด ที่ต้องอพยพหนีเหตุความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อ 11 ธ.ค. 2568 สะท้อนภาพน้ำใจภาครัฐที่ไหลถึงมือคนตัวเล็กในยามวิกฤต
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ส.ป.ก. บุรีรัมย์ร่วมกับโรงพยาบาลบุรีรัมย์มอบสิ่งของจำเป็น 72 ชุด แก่เกษตรกรและผู้สูงอายุในเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอบ้านกรวด ที่ต้องอพยพหนีจากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา สะท้อนน้ำใจและความห่วงใยจากภาครัฐสู่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
เมื่อชายแดนไม่ปลอดภัย — ชีวิตคนตัวเล็กต้องกระเสือกกระสน
ภาพของผู้สูงอายุและเกษตรกรที่ต้องละทิ้งบ้านและไร่นาของตัวเองเพื่อหลบภัยเข้ามาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว คือความจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ หลังเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุขึ้น ผู้คนที่ใช้ชีวิตผูกพันกับผืนดินในเขตปฏิรูปที่ดินมาทั้งชีวิต ต้องหอบสิ่งของเท่าที่พอจะถือได้ออกมา โดยหลายคนมาถึงศูนย์พักพิงโดยแทบไม่มีของใช้ติดตัว
สถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ด้านความปลอดภัย แต่ยังกระทบต่อ คุณภาพชีวิตในทุกมิติ ตั้งแต่การนอนหลับพักผ่อน การดูแลร่างกาย ไปจนถึงการรับมือกับความเครียดและความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความเปราะบางทางสุขภาพอยู่แล้ว
ส.ป.ก. บุรีรัมย์ + รพ.บุรีรัมย์ เคลื่อนทัพส่งของถึงมือผู้ประสบภัย
ในเวลา 9.30 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2568 นายประเสริฐ กาญจนเกียรติกุล ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และ นายแพทย์ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ พร้อมด้วยทีมงาน ส.ป.ก. บุรีรัมย์ เดินทางเข้ามอบสิ่งของจำเป็น ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ซึ่งทำหน้าที่รองรับผู้อพยพจากพื้นที่ชายแดน
สิ่งของที่มอบให้ในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 72 ชุด โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ได้แก่
- เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอบ้านกรวด ที่ต้องละทิ้งที่ดินทำกินและอพยพเข้ามาพักพิง
- ผู้สูงอายุ ที่มีความเปราะบางทางร่างกายและต้องการสิ่งของอุปโภคบริโภคเป็นพิเศษ
"การส่งมอบสิ่งของครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การแจกของ แต่คือการส่งสัญญาณว่าภาครัฐยังอยู่เคียงข้างประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และพร้อมดูแลคุณภาพชีวิตของพวกเขาในทุกสถานการณ์"
ศูนย์พักพิงชั่วคราว: พื้นที่แห่งความหวังกลางวิกฤต
ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ตั้งอยู่ภายใน โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ถือเป็นจุดรวมตัวของผู้ประสบภัยจากพื้นที่ชายแดนในขณะนี้ การเลือกใช้โรงพยาบาลเป็นสถานที่พักพิงนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานแล้ว ยังช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพสามารถเข้าถึงการดูแลทางการแพทย์ได้ทันที
ความร่วมมือระหว่าง ส.ป.ก. บุรีรัมย์ ซึ่งมีบทบาทดูแลเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน กับทีมแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลบุรีรัมย์ จึงเป็น โมเดลการทำงานข้ามหน่วยงาน ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประสบภัยได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็ว
มากกว่าของใช้ — คือการมองเห็นคุณค่าของชีวิตคนชายแดน
สำหรับเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ผืนดินไม่ได้เป็นเพียงแหล่งทำมาหากิน แต่คือ อัตลักษณ์และรากฐานของชีวิต การต้องอพยพออกจากที่ดินที่ได้รับมอบหมายจาก ส.ป.ก. จึงมีมิติทางจิตใจที่ลึกกว่าแค่การย้ายที่อยู่อาศัย
การที่ ส.ป.ก. บุรีรัมย์เดินทางมาถึงมือผู้ประสบภัยโดยตรง แทนที่จะรอให้ผู้ได้รับผลกระทบไปรับของเองที่สำนักงาน จึงสะท้อนให้เห็น ทัศนคติการให้บริการที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง — ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยามวิกฤต
สิ่งที่คนในวิกฤตต้องการมากที่สุด
นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติมักชี้ให้เห็นว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ประสบภัยต้องการมากกว่าแค่ปัจจัย 4 โดยความต้องการพื้นฐานในยามวิกฤตมักได้แก่
- ของใช้จำเป็นส่วนตัว เพื่อรักษาความสะอาดและสุขอนามัย
- ความรู้สึกว่ามีคนมองเห็นและห่วงใย เพื่อลดความวิตกกังวลและความโดดเดี่ยว
- ข้อมูลที่ชัดเจน เกี่ยวกับสถานการณ์และแนวทางการดูแลต่อไป
- การเชื่อมต่อกับชุมชนและเครือข่ายสนับสนุน ทั้งจากภาครัฐและภาคประชาสังคม
การมอบ "72 ชุดของใช้จำเป็น" ในครั้งนี้จึงตอบโจทย์ในมิติแรกและมิติที่สองพร้อมกัน — ทั้งวัตถุและจิตใจ
บทเรียนจากบ้านกรวด: เมื่อชุมชนชายแดนต้องพึ่งพาความเข้มแข็งของระบบสนับสนุน
อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มีเกษตรกรจำนวนมากที่ได้รับที่ดินทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน และประกอบอาชีพเกษตรกรรมมาหลายชั่วอายุคน ชุมชนเหล่านี้มักอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงบริการของภาครัฐได้ยากกว่าชุมชนในเมือง
เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการมี "ระบบสนับสนุนชุมชนที่เข้มแข็ง" ซึ่งสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ โรงพยาบาล หรือองค์กรท้องถิ่น
ธารน้ำใจที่ไหลสู่คนตัวเล็ก
ในวันที่ชีวิตปกติถูกพักไว้ชั่วคราว และความไม่แน่นอนกลายเป็นสิ่งที่ต้องอยู่ด้วยกันทุกวัน การได้รับสิ่งของจำเป็นจากมือของผู้นำหน่วยงานโดยตรง อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยในสายตาคนภายนอก แต่สำหรับเกษตรกรสูงอายุที่นอนรอข่าวความปลอดภัยของบ้านตัวเองในศูนย์พักพิง — มันคือสัญญาณที่บอกว่า "คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในวิกฤตนี้"
ส.ป.ก. บุรีรัมย์และโรงพยาบาลบุรีรัมย์ได้พิสูจน์ให้เห็นในวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ว่า ความห่วงใยที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในแถลงการณ์ แต่อยู่ในการลงมือทำ — และการเดินทางไปหาคนที่ต้องการความช่วยเหลือถึงที่ คือนิยามที่ดีที่สุดของคำว่า "ราชการที่อยู่เคียงข้างประชาชน"